วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ร่างกฎหมายลูกมาเพื่อใครกันแน่!!!!!

การร่างรัฐธรรมนูญเพือกฎหมายลูก

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองบ้านเมือง ดังที่ทราบกันดีว่ารัฐธรรมนูญเป็นที่มาแห่งอำนาจของกฎหมายทั้งปวง กฎหมายอื่นจึงขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมิได้ หากแม้นกฎหมายใดขัดหรือแย้งกับข้อความในรัฐธรรมนูญ กฎหมายในส่วนนั้นย่อมเป็นอันสิ้นผลใช้บังคับมิได้
รัฐธรรมนูญนั้น คือ กติกาของทุกคนในสังคมๆหนึ่งที่จะอยู่ร่วมกัน เนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่สำคัญจะแสดงให้เห็นอุดมการณ์ทางการเมือง โครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยต่างๆ กับ ประชาชน และกับองค์กรด้วยกันเอง โดยจะระบุว่าจะมีการใช้อำนาจได้แค่ไหน เพียงไร มีการตรวจสอบการใช้อำนาจเพียงใด และจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพคนในสังคมนั้นเท่าไร จะเห็นได้ว่าประเทศไหนจะมีการปกครองแบบใด ประชาชนมีสิทธิหน้าที่อย่างใดนั้น นอกจากวัฒนธรรมทางการเมืองแล้ว ล้วนขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น
การบัญญัติสิ่งใดลงในรัฐธรรมนูญมากเกินไปจนถึงขั้นรายละเอียดนั้นเป็นสิ่งไม่พึงกระทำ เพราะลักษณะของกฎหมายที่ดีอย่างหนึ่ง คือ บัญญัติหลักการไว้กว้างๆ และให้รายละเอียดออกมาเป็นกฎหมายลูกซึ่งออกได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อสภาพของสังคมเปลี่ยนแปลงไป รายละเอียดต่างๆที่ไม่สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนไปย่อมเป็นอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย หากรายละเอียดเหล่านั้นอยู่ในกฎหมายลูกแล้ว ย่อมทำให้การแก้ไขรายละเอียดเหล่านั้นเพื่อกลับมาบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมง่ายดายขึ้น โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมายแม่


วิเคราะห์บทความ
จากข้อความข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ข้อความใดๆก็ตาม เมื่อถูกบัญญัติเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญแล้ว ย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะกฎหมายอื่นจะขัดหรือแย้งกับข้อความนั้นมิได้ ดังนั้น ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญในแต่ละครั้ง จึงจะเห็นได้ว่าจากกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆของผู้ที่มีช่องทางในการร่างรัฐธรรมนูญจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะผลักดันใส่ข้อความที่ตนต้องการลงไปในรัฐธรรมนูญ ทั้งภาคประชาชน หรือ ในกลุ่มสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเอง

ดังคำกล่าวที่ว่า ชนชั้นใดที่ร่างรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อผลประโยชน์ของชนชั้นนั้น


ซึ่งก็ตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เกิดขึ้น มีการร่างแก้ไขออกมาเป็นกฎหมายลูกไม่รู้ละกี่ข้อแล้ว เยอะแยะเต็มไปหมด ใข้ไม่ทันแล้วแล้วเราจะร่างกฎหมายลูกขึนมาเพื่ออะไรกันหนักหนา บ้านเมืองไม่สงบก็เพราะกฎหมายลูกที่มีการร่างขึ้นมามากมายจนใช้ไม่ทันแล้ว


นางสาวพรผกา แสวงกิจ เลขที 19 ส50

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ลูกเกดเมธิณี-ลีโอโดนฟ้อง โด้เพราะไม่ผิด

ลูกเกด เมทินี โต้โผใหญ่ในการจัดทำปฏิทินเซ็กซี่หวือหวาต้อนรับปีเสือ จับมือกับสปอนเซอร์หลัก บ. ลีโอ โต้! ทำปฏิทินโป๊ติด โลโก้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่มีผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (23 ธ.ค.) นางแบบสาว ลูกเกด เมทินี จูงมือตัวแทนนางแบบปฏิทินลีโอ แพม ปานพิมพ์ และ แอนนา รีส พร้อมด้วย คุณฉัตรชัย วิรัตนโยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาดบริษัทสิงห์คอปอเรชั่น และคุณรวินทร์ ชมพูนุชทานินทร์ ผจก.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นั่งแถลงเปิดใจถึงกรณีถูก นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ฟ้องร้องดำเนินคดี หลังบริษัทเบียร์ยี่ห้อดังรับเป็นสปอนเซอร์ในการจัดทำปฏิทินแนวเซ็กซี่หวือ หวา ซึ่งผิดกฏหมายว่าด้วยการโฆษณาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยทางบริษัทลีโอ ได้ชี้แจงไว้ดังนี้

ตามปฏิทินลีโอมีแค่โลโก้เบียร์และภาพนางแบบ เท่านั้น ไม่มีข้อความอื่นๆ เพิ่มเติม ส่วนตัวอย่างหนังสือ แม็กซิม ฉบับเดือนธันวาคม 2552 สายคาดหนังสือแสดงสัญลักษณ์เบียร์ช้าง ด้านหลังมีคำอวดอ้างสรรพคุณของเบียร์ โดยไม่มีลักษณะสร้างสรรค์สังคมแต่อย่างใด มีข้อความชักจูงให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยบอกว่าผู้ชายบุคลิกแบบไหนต้องการดื่มเบียร์อะไร แถมยังมีการแจกสติกเกอร์โลโก้เบียร์ ซึ่งผิดกฏหมายอย่างชัดเจน และภาพนางแบบผู้หญิงกับโลโก้เบียร์ช้าง แต่ละประเภท ก็ไม่ต่างกับอะไรกับปฏิทิน นอกจากนั้นยังมีข้อความที่ใช้เรื่องเสน่ห์ทางเพศมาชักจูงใจให้ดื่มอีกด้วย จากนิตยสารดังกล่าวที่วางอยู่บนแผงหนังสือทั่วไป
ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีลักษณะล่อ แหลม ที่จะทำผิดกฎหมายมากกว่าปฏิทินของคุณลูกเกด ซึ่งบริษัทขอตั้งข้อสังเกตว่า หากสำนักงานไล่จับตาดูการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างใกล้ชิดแล้ว ก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เคยทราบว่ามีการโฆษณาดังกล่าว และหากนิตยสารดังกล่าวทำได้โดยไม่มีความผิด กรณีปฏิทินของบริษัทก็ย่อมทำได้เหมือนกัน แต่หากนายแพทย์สมานเห็นว่าเป็นความผิด แล้วทำไมจึงไม่มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับกรณีของปฏิทิน เช่น การออกข่าววิทยุ, หนังสือพิมพ์

วิเคราะห์ข่าว

จากมาตราที่43 บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพโดยการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
การจำกัดโดยวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐและเศรษฐกิจของประเทศ การคุ้มครองประชาชนในด้านสาธารณูปโภค การรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ในประเด็นของลูกเกดเมธิณีที่ถ่ายภาพนูชที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏทินของบริษัทลีโอนั้น ถ้าเรามองด้านการประกอบอาชีพของเอกชนกฎหมายให้สิทธิพิเศษในการประกอบอาชีพโดยไม่ให้ขัดกับกฎหมาย แต่ในที่นี้การถ่ายปฏิทินของบริษัทลีโอ เป็นการแสดงให้เห็นว่าขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตราที่43 ในกรณีที่ต้องมีการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศ๊ลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งการผลิตสื่อปฏิทินของลีโอนั้นไม่มีความเหมาะสมในการจัดแจกจ่ายให้กับประชาชนอย่างเด็ดขาดเพราะเป็นสื่อทีขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงสมควรได้รับการฟ้องร้องทางกฎหมายตักเตือนการกระทำครั้งนี้ว่าไม่มีความเหมาะสม

จากมาตราที่ 44
บุคคลย่อมมีสิทธิที่ได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทำงาน รวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพระหว่างการทำงาน และเมื่อพ้นภาวะการทำงานให้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ
ลูกเกด ควรได้รับการคุ้มครองจากบริบัทลีโอ เพราะลูกเกดได้มีการรับเป็นนางแบบในการถ่ายปฏิทิน ต้องได้รับการคุ้มครองรับประกันความปลอดภัย และสวัสดิการในการทำงานจากบริษัทผู้ว่าจ้างในครั้งนี้ เพราะว่านี้คืออาชีพของนางแบบ

ก็ไม่รู้จะโทษใครดีว่าใครถูกใครผิดแต่ถ้าเรามองให้ดีแต่ละฝ่ายก็มจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพกันอยู่แล้ว

นางสาวพรผกา แสวงกิจ เลขที่ 19 ส50



วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552


นักเรียนอาชีวะปิดสะพานตีกัน ย่านรังสิต
24 ธค. 2552 09:33 น.
ได้เกิดเหตุ เด็กนร. ซึ่งใส่กางเกงขายาว คาดว่าจะเป็นอาชีวะประมาณ 30 คน อาวุธครบมือ มีดดาบ ไม้ ขวด กระบอง ปืนไทยประดิษฐ์ ก่อเหตุวิวาท ไล่ฟัน ขว้างขวดใส่กัน โดยปิดสะพานลอยบริเวณ ปากทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอกรังสิต ถนนพหลโยธินขาเข้า ผู้รายงานเล่าได้ยินเสียงปืน3นัด มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง สภ.คูคตเข้าที่เกิดเหตุแล้ว



วิเคราะห์


เป็นที่รู้กันอยุ่ว่าการที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะจับผู้ต้องหาผู้ต้องสงสัยนั้นจะต้องมีการขอหมายจับจากศาลเสียก่อนซึ่งตามหลักกฏหมายมีอยู่ว่า
มาตรา66ของกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา
เหตุที่จะออกหมายจับ มีดังต่อไปนี้
1.เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปีหรือ
2.เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่า บุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นๆ
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
นางสาว เพ็ญพักตร์ พรายพรรณ์ เลขที่ 20 ห้อง ส.50

การบ้าน

นาธาน” โดนอีกดอก ไม่ได้เป็นลูกครึ่งเนปาล พ่อเป็นคนไทยอยู่พิษณุโลก
หลังจากที่ “นาธาน โอมาน” ออกมาแถลงข่าวเมื่อวานยืนยันว่า ไม่ได้โกงเงิน และไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร้านJAMAREE YAK CAFÉ GALLERY แต่ที่ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าเช่าร้านและขอใบอนุญาตจากสรรพสามิตเพราะรักและสนิทกันกับ “เจเจ จามจุรี จูลี่ แคสเชอร์” คลื่น EASY FM 105.5 เวอร์จิ้นเรดิโอ หุ้นส่วนร้าน พร้อมทั้งยืนยันว่าตัวเองโกอินเตอร์จริงๆ และได้ไปถ่ายหนังของฮอลีวูดหลายประเทศในตะวันออกกลาง แต่พอขอดูพาสปอร์ตกลับบ่ายเบี่ยงอ้างไม่ได้เป็นนักโทษทำไมต้องให้ดู ซ้ำยังไม่ยอมตอบคำถามเรื่องที่โกงอายุ และเรื่องที่หลอกนักข่าวปลอมตัวเป็น “อรัญ” น้องชายของตนเอง
ด้วยความที่นาธานตอบไม่เคลียร์และไม่ยอมโชว์หลักฐานทั้งหมด นำไปสู่ข้อสงสัยในตัวนาธานอีกหลายๆ เรื่อง เพราะก่อนหน้านี้ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า จริงๆ แล้วนาธานไม่ได้เป็นลูกครึ่งเนปาลอย่างที่ให้ข่าว แม้กระทั่งเมื่อวานเจ้าตัวก็ยังยืนยันชัดเจนว่า เป็นลูกครึ่งเนปาล พ่อเป็นคนเนปาล แม่เป็นคนไทยเชื้อสายโอมาน แต่ล่าสุดรายการโต๊ะข่าวบันเทิง ของช่อง 3 ก็ได้รายงานข่าวว่า….
นาธาน โอมาน อดีตนักร้องอาร์เอสโปรโมชั่น ลูกครึ่งไทยเนปาล แท้จริงแล้วมีชื่อตามบัตรประชาชนว่า นธัญ โอมานันท์ ปัจจุบันอายุ 33 ปี มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ ไม่ใช่อิสลามอย่างที่กล่าวอ้าง และได้ผ่านการเปลี่ยนชื่อมาแล้ว โดยมีชื่อเดิมว่า ธัญวัฒน์ หยุ่นตระกูล เป็นบุตรชายของนายธัญญา หยุ่นตระกูล มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ไม่ได้เป็นคนเนปาล ซึ่งปัจจุบันนายธัญญาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งจังหวัดพิษณุโลก




วิเคราะห์ข่าว

คำตอบก็คือ กฎหมายของรัฐหลายรัฐต่างก็ให้สัญชาติของตนแก่บุคคลคนเดียว โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล รัฐหนึ่งย่อมมีอำนาจอธิปไตยที่จะกำหนดว่า บุคคลในลักษณะใดย่อมมีสัญชาติของตน และในแนวปฏิบัติของสังคมมนุษย์ที่เติบโตมาเป็นกฎหมายจารีตประเพณีที่ยอมรับกันในทุกรับว่า รัฐหนึ่งๆ มักให้สัญชาติแก่คนที่มีจุดเกาะเกี่ยวอย่างแท้จริงกับตน ซึ่งในสังคมดั่งเดิมที่การเดินทางข้ามชาติแทบจะไม่เกิด ปัญหาคนหลายสัญชาติก็จะไม่เกิดให้เป็นที่ลำบากใจ


เราจะมีความเข้าใจในหลักกฎหมายที่กล่าวจะมากขึ้น หากเราวิเคราะห์ผ่านตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง


ตัวอย่างแรก ก็คือ เรื่องของนายนาธานซึ่งเกิดในประเทศไทยจากแม่ที่มีเชื้อชาติไทยและเกิดในประเทศไทยอีกด้วย และแม้เมื่อเติบใหญ่ นายนาธานก็ยังมีภูมิลำเนาในประเทศไทย และก่อตั้งครอบครัวกับคนสัญชาติไทย จะเห็นว่า โดยการเกิดและภายหลังการเกิด ทุกจุดเกาะเกี่ยวในชีวิตนายนาธานก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศไทย จึงเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนว่า นายนาธานย่อมมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับประเทศไทย รัฐไทยไม่รู้สึกลำบากใจที่จะยอมรับว่า นายนาธานมีสัญชาติไทย จึงไม่มีใครเลยสักคนขึ้นขึ้นมาสงสัยว่า นายนาธานไม่มีสัญชาติไทย

จะเห็นว่า บุคคลในสถานการณ์เดียวกับนายนาธาน ก็คือ คนข้างมากในสังคมไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่มีโอกาสที่จะมีหลายสัญชาติ ความแตกต่างระหว่างอดีตและปัจจุบันอาจจะอยู่ที่จำนวนของคนหลายสัญชาติ ในอดีต คนหลายสัญชาติแทบจะไม่มีเพราะแทบจะไม่เกิดการข้ามชาติของบุคคลธรรมดา ในปัจจุบัน คนหลายสัญชาติมีมากขึ้นแม้จะยังมิใช่กรณีข้างมากของประเทศไทย เพราะการข้ามชาติของคนไทยออกไปนอกประเทศก็มีมากขึ้นและการข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทยของคนต่างด้าวก็มากขึ้น


ดังนั้น ผลของเรื่องจึงทำให้รัฐหนึ่งรัฐอาจทำให้คนหนึ่งคนมีหลายสัญชาติในขณะเดียวกัน หรืออาจทำให้คนหนึ่งคนอาจไม่มีสัญชาติของรัฐใดเลย กล่าวคือ คนๆ นี้ ย่อมตกเป็นคนไร้รัฐสัญชาติ มันจึงไม่อาจเป็นความผิดของคนๆ นั้นที่เขาจะมีหลายสัญชาติหรือไร้สัญชาติ สถานการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อทั้งตัวบุคคลนั้นเองหรือต่อรัฐที่เกี่ยวข้อง ปัญหาความมีหลายสัญชาติอาจทำให้บุคคลได้รับความคุ้มครองจากหลายรัฐหรืออาจใช้ทรัพยากรในฐานะคนชาติในหลายรัฐ ในขณะที่ปัญหาไร้สัญชาติอาจทำให้บุคคลปราศจากความคุ้มครองจากทุกรัฐที่เกาะเกี่ยวกับตน และตกเป็นคนต่างด้าวในทุกรัฐบนโลกนี้







นางสาว กนิษฐา ขำเกลี้ยง เลขที่1 ห้องส.50

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กฏหมายรัฐธรรมนูญของชาวไทย

เรามีกฎหมายไว้เพื่ออะไร... ไว้เพื่อประชาชนทั่วราชอาณาจักร หรือเพื่อผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองกันแน่