วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การบ้าน

นาธาน” โดนอีกดอก ไม่ได้เป็นลูกครึ่งเนปาล พ่อเป็นคนไทยอยู่พิษณุโลก
หลังจากที่ “นาธาน โอมาน” ออกมาแถลงข่าวเมื่อวานยืนยันว่า ไม่ได้โกงเงิน และไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร้านJAMAREE YAK CAFÉ GALLERY แต่ที่ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าเช่าร้านและขอใบอนุญาตจากสรรพสามิตเพราะรักและสนิทกันกับ “เจเจ จามจุรี จูลี่ แคสเชอร์” คลื่น EASY FM 105.5 เวอร์จิ้นเรดิโอ หุ้นส่วนร้าน พร้อมทั้งยืนยันว่าตัวเองโกอินเตอร์จริงๆ และได้ไปถ่ายหนังของฮอลีวูดหลายประเทศในตะวันออกกลาง แต่พอขอดูพาสปอร์ตกลับบ่ายเบี่ยงอ้างไม่ได้เป็นนักโทษทำไมต้องให้ดู ซ้ำยังไม่ยอมตอบคำถามเรื่องที่โกงอายุ และเรื่องที่หลอกนักข่าวปลอมตัวเป็น “อรัญ” น้องชายของตนเอง
ด้วยความที่นาธานตอบไม่เคลียร์และไม่ยอมโชว์หลักฐานทั้งหมด นำไปสู่ข้อสงสัยในตัวนาธานอีกหลายๆ เรื่อง เพราะก่อนหน้านี้ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า จริงๆ แล้วนาธานไม่ได้เป็นลูกครึ่งเนปาลอย่างที่ให้ข่าว แม้กระทั่งเมื่อวานเจ้าตัวก็ยังยืนยันชัดเจนว่า เป็นลูกครึ่งเนปาล พ่อเป็นคนเนปาล แม่เป็นคนไทยเชื้อสายโอมาน แต่ล่าสุดรายการโต๊ะข่าวบันเทิง ของช่อง 3 ก็ได้รายงานข่าวว่า….
นาธาน โอมาน อดีตนักร้องอาร์เอสโปรโมชั่น ลูกครึ่งไทยเนปาล แท้จริงแล้วมีชื่อตามบัตรประชาชนว่า นธัญ โอมานันท์ ปัจจุบันอายุ 33 ปี มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ ไม่ใช่อิสลามอย่างที่กล่าวอ้าง และได้ผ่านการเปลี่ยนชื่อมาแล้ว โดยมีชื่อเดิมว่า ธัญวัฒน์ หยุ่นตระกูล เป็นบุตรชายของนายธัญญา หยุ่นตระกูล มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ไม่ได้เป็นคนเนปาล ซึ่งปัจจุบันนายธัญญาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งจังหวัดพิษณุโลก




วิเคราะห์ข่าว

คำตอบก็คือ กฎหมายของรัฐหลายรัฐต่างก็ให้สัญชาติของตนแก่บุคคลคนเดียว โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล รัฐหนึ่งย่อมมีอำนาจอธิปไตยที่จะกำหนดว่า บุคคลในลักษณะใดย่อมมีสัญชาติของตน และในแนวปฏิบัติของสังคมมนุษย์ที่เติบโตมาเป็นกฎหมายจารีตประเพณีที่ยอมรับกันในทุกรับว่า รัฐหนึ่งๆ มักให้สัญชาติแก่คนที่มีจุดเกาะเกี่ยวอย่างแท้จริงกับตน ซึ่งในสังคมดั่งเดิมที่การเดินทางข้ามชาติแทบจะไม่เกิด ปัญหาคนหลายสัญชาติก็จะไม่เกิดให้เป็นที่ลำบากใจ


เราจะมีความเข้าใจในหลักกฎหมายที่กล่าวจะมากขึ้น หากเราวิเคราะห์ผ่านตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง


ตัวอย่างแรก ก็คือ เรื่องของนายนาธานซึ่งเกิดในประเทศไทยจากแม่ที่มีเชื้อชาติไทยและเกิดในประเทศไทยอีกด้วย และแม้เมื่อเติบใหญ่ นายนาธานก็ยังมีภูมิลำเนาในประเทศไทย และก่อตั้งครอบครัวกับคนสัญชาติไทย จะเห็นว่า โดยการเกิดและภายหลังการเกิด ทุกจุดเกาะเกี่ยวในชีวิตนายนาธานก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศไทย จึงเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนว่า นายนาธานย่อมมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับประเทศไทย รัฐไทยไม่รู้สึกลำบากใจที่จะยอมรับว่า นายนาธานมีสัญชาติไทย จึงไม่มีใครเลยสักคนขึ้นขึ้นมาสงสัยว่า นายนาธานไม่มีสัญชาติไทย

จะเห็นว่า บุคคลในสถานการณ์เดียวกับนายนาธาน ก็คือ คนข้างมากในสังคมไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่มีโอกาสที่จะมีหลายสัญชาติ ความแตกต่างระหว่างอดีตและปัจจุบันอาจจะอยู่ที่จำนวนของคนหลายสัญชาติ ในอดีต คนหลายสัญชาติแทบจะไม่มีเพราะแทบจะไม่เกิดการข้ามชาติของบุคคลธรรมดา ในปัจจุบัน คนหลายสัญชาติมีมากขึ้นแม้จะยังมิใช่กรณีข้างมากของประเทศไทย เพราะการข้ามชาติของคนไทยออกไปนอกประเทศก็มีมากขึ้นและการข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทยของคนต่างด้าวก็มากขึ้น


ดังนั้น ผลของเรื่องจึงทำให้รัฐหนึ่งรัฐอาจทำให้คนหนึ่งคนมีหลายสัญชาติในขณะเดียวกัน หรืออาจทำให้คนหนึ่งคนอาจไม่มีสัญชาติของรัฐใดเลย กล่าวคือ คนๆ นี้ ย่อมตกเป็นคนไร้รัฐสัญชาติ มันจึงไม่อาจเป็นความผิดของคนๆ นั้นที่เขาจะมีหลายสัญชาติหรือไร้สัญชาติ สถานการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อทั้งตัวบุคคลนั้นเองหรือต่อรัฐที่เกี่ยวข้อง ปัญหาความมีหลายสัญชาติอาจทำให้บุคคลได้รับความคุ้มครองจากหลายรัฐหรืออาจใช้ทรัพยากรในฐานะคนชาติในหลายรัฐ ในขณะที่ปัญหาไร้สัญชาติอาจทำให้บุคคลปราศจากความคุ้มครองจากทุกรัฐที่เกาะเกี่ยวกับตน และตกเป็นคนต่างด้าวในทุกรัฐบนโลกนี้







นางสาว กนิษฐา ขำเกลี้ยง เลขที่1 ห้องส.50

1 ความคิดเห็น: